<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>GAT1 Archives - Team&#039;s Notebook</title>
	<atom:link href="https://nb.teamsit.com/tag/gat1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://nb.teamsit.com/tag/gat1/</link>
	<description>Self-study, exercise, lesson</description>
	<lastBuildDate>Thu, 03 Mar 2022 15:33:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.2</generator>
	<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2563</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/3266-gat1-2563-february/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/3266-gat1-2563-february/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Mar 2022 15:33:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=3266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) บทความที่ 1 &#8211; ปัญหาการใช้สารเคมีทางการเกษตร สารเคมีทางการเกษตรที่ใช้ในประเทศไทยมีหลายชนิด ที่ใช้อย่างแพร่หลายและใช้เป็นจํานวนมากมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเสต และคลอร์ไพรีฟอส ขณะเขียนบทความนี้กําลังมีประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งและโต้เถียงอย่างกว้างขวางคือเรื่องควรจะแบนหรือไม่แบนสารเคมีดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามสารเคมีทางการเกษตรทั้ง 3 ชนิดไม่ให้มีการใช้อีกต่อไป โดยห้ามนําเข้า จําหน่าย หรือครอบครองตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป แต่เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 คณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่กลับมีมติให้ขยายเวลาการห้ามใช้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอสออกไปจนถึงวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563 ส่วนไกลโฟเสตให้ใช้ต่อไปภายใต้การควบคุมและจํากัดการใช้ มติคณะกรรมการฯ วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 จึงมีผลเปลี่ยนแปลงแก้ไขมติคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อให้เข้าใจความเป็นมาของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จะขอเริ่มต้นด้วยการอธิบายว่าสารเคมีทั้งสามตัวคืออะไร ไกลโฟเสต เป็นสารกําจัดหญ้าและวัชพืชชนิดต่างๆ ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ใน shikimate pathway ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างกรดอะมิโนที่จําเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช คือ phenylalanine, tyrosine และ tryptophan ส่วนใหญ่ไกลโฟเสตจะดูดซึมทางใบแล้วกระจายไปในส่วนต่างๆ ของพืชรวมทั้งราก มีฤทธิ์ทําให้พืชหยุดการเติบโตได้รวดเร็ว ไกลโฟเสตจะยับยั้งเฉพาะการเจริญเติบโต แต่ไม่ยับยั้งการงอกของเมล็ดพืช พาราควอต เป็นสารกําจัดหญ้าและวัชพืชเช่นกัน ออกฤทธิ์โดยยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช มีจุดเด่นคือ ออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว ทนต่อการชะล้างด้วยน้ำหรือฝน และเมื่อถูกกับดิน ฤทธิ์ของสารจะลดลง จึงนิยมใช้กําจัดหญ้าและวัชพืนในการทําไร่ทํานาที่ไม่มีการไถพรวนดิน คลอร์ไพรีฟอส เป็นสารฆ่าหนอนและแมลง จัดอยู่ในกลุ่ม organophosphate ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทโดยยับยั้งเอนไซม์ที่มีชื่อว่า acetylcholinesterase กรมวิชาการเกษตรแนะนําให้ใช้กําจัดหนอนและแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะสมอฝ้าย เพลี้ยจักจั่น ผีเสื้อข้าวเปลือก ด้วงงวงข้าว ด้วงงวงข้าวโพด มอดแป้ง หนอนเจาะฝัก หนอนหน้าแมว แมลงดําหนาม และด้วงงวงในกล้วย นอกจากเป็นสารกําจัดศัตรูพืชดังกล่าวข้างต้น ในอีกด้านหนึ่งสารเคมีทั้งสามชนิดกลับมีโทษต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/3266-gat1-2563-february/">ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2563</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/3266-gat1-2563-february/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2562</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/1399-gat1-2562-february/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/1399-gat1-2562-february/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Nov 2019 17:26:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=1399</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; พิษภัยของการบริโภคอาหารรสเค็ม ผู้ที่สนใจดูแลรักษาสุขภาพตนเองคงสังเกตเห็นว่าในสื่อหลายแหล่ง ทั้งสื่อหลักและสื่อออนไลน์ ได้ให้ความรู้เรื่องการบริโภคอาหารรสเค็มซึ่งมีโซเดียมสูงว่าทำให้เกิดโรคได้หลายโรค ขณะเขียนบทความนี้ สื่อของเครือข่ายลดบริโภคเค็มกำลังเสนอให้เก็บภาษีความเค็มจากอาหาร เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว ฯลฯ ที่มีความเค็มสูงและกรมสรรพสามิตก็กำลังพิจารณาว่าจะเก็บภาษีความเค็มหรือไม่อย่างไร แหล่งโซเดียมสำคัญที่สุดที่เข้าสู่ร่างกายด้วยการบริโภคก็คือ เกลือ องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับเกลือ 5 กรัมหรือประมาณ 1 ช้อนชาต่อวัน จากผลการสำรวจของกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งข้อมูลจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ได้รับโซเดียมเกินกว่าสองเท่าของปริมาณที่ควรได้รับ โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีบทบาทสำคัญในการควบคุมความสมดุลของความเป็นกรดด่างและปริมาณน้ำในส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในภาวะปกติโซเดียมส่วนใหญ่จะอยู่ในน้ำส่วนที่อยู่นอกเซลล์และในเลือดส่วนที่เรียกว่า พลาสมา เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไปก็จะดึงน้ำออกจากเซลล์มาคั่งอยู่นอกเซลล์และคั่งในหลอดเลือด ทำให้เกิดการคั่งของน้ำและโซเดียมในอวัยวะต่างๆ นอกจากนี้ไตก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นในการขับโซเดียมออกจากร่างกาย ดังนั้นการบริโภคอาหารรสเค็มจัดจึงทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ ที่สำคัญคือ ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองและโรคไต เป็นต้น ในการประชุมพิจารณามาตรการการควบคุมโซเดียมในอาหารเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2560 โดยเครือข่ายลดบริโภคเค็ม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และองค์การอนามัยโลก มีข้อมูลว่าคนไทยป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงร้อยละ 21.4 หรือ 11.5 ล้านคน โรคไตร้อยละ 17.5 หรือ 7.6 ล้านคน โรคหัวใจขาดเลือดร้อยละ 1.4 หรือ 0.75 ล้านคน โรคหลอดเลือดสมองร้อยละ 1.1 หรือ 0.5 ล้านคน โดยโรคกลุ่มนี้เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องของประชาชนที่ชื่นชอบอาหารรสชาติเค็ม ซึ่งเป็นอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมสูง เมื่อทราบถึงพิษภัยของการบริโภคอาหารรสเค็ม ก็ควรหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น จากข้อมูลของกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขพบว่า ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรสที่ครัวเรือนคนไทยนิยมใช้กันมาก 5 ลำดับแรกคือ น้ำปลา ซีอิ๊วขาว เกลือ กะปิ และซอสหอยนางรมนั้น ล้วนแต่มีโซเดียมสูง </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/1399-gat1-2562-february/">ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2562</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/1399-gat1-2562-february/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2561</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/800-gat1-2561-february/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/800-gat1-2561-february/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 May 2018 03:13:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=800</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ช่วงก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 สื่อต่างๆ ได้นำเสนอโครงการในพระราชดำริมากมายหลายโครงการ ผู้เขียนเลือกเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการหลวงมานำเสนอในบทความนี้ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ภาคเหนือของประเทศไทยมีภูมิประเทศเป็นภูเขาหรือดอยจำนวนมาก มีชุมชนชาวเขาเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่เป็นแห่งๆ ระหว่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับที่พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์เมื่อประมาณ 50 ปีก่อน ได้เสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียนชาวเขาหลายแห่ง ทรงพบว่า ชาวเขาส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ยากจนข้นแค้น วิถีการดำเนินชีวิตของชาวเขาก่อให้เกิดปัญหาหลายอย่าง ที่สำคัญคือ ปัญหาการปลูกฝิ่น เพราะฝิ่นสามารถปลูกได้ดีบนดอยที่มีอากาศหนาวเย็น จึงเป็นแหล่งของการแพร่ระบาดยาเสพติด ปัญหาถัดมาคือ การทำไร่เลื่อนลอยเพื่อปลูกข้าวไร่และข้าวโพด เมื่อสภาพดินเสื่อมโทรมก็แผ้วถางป่าย้ายที่ทำไร่ไปเรื่อยๆ และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือป่าต้นน้ำถูกทำลาย ทรงมีพระราชดำริว่าจะต้องหาทางให้ชาวเขาได้ปลูกพืชอย่างอื่นแทนการปลูกฝิ่น ให้มีรายได้พอสมควร และได้อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง หลังจากที่ทรงศึกษาหาข้อมูลและให้ทดลองปฏิบัติเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาแล้ว จึงทรงตั้งโครงการหลวงขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 โดยทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ร่วมกับเงินสมทบจากมิตรประเทศเป็นทุนดำเนินงาน และทรงให้หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้อำนวยการโครงการเมื่อปี พ.ศ. 2535 ทรงให้เปลี่ยนสถานภาพของโครงการ ตั้งเป็นมูลนิธิโครงการหลวงเพื่อให้เป็นองค์กรการกุศลที่ถาวร หลักการและการดำเนินงานของโครงการหลวงมีหลายอย่าง หลักการสำคัญที่ทรงให้นำมาใช้ คือ ช่วยให้เขาช่วยตัวเองได้ ไม่ใช่ช่วยโดยการให้ข้าวของเงินทองไปเรื่อยๆ เพราะให้เท่าไหร่ก็คงไม่พอและไม่มีที่สิ้นสุด ดังพระราชดารัสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยพระราชทานไว้ว่า “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลาและสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า” สำหรับการดำเนินงานของโครงการหลวงจะมีพื้นฐานมาจากศึกษา วิจัย และพัฒนา โดยมุ่งศึกษาไม้ดอกและพืชผักเขตหนาว การเลี้ยงสัตว์และทำประมง ตลอดจนงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูงของประเทศไทย การดำเนินงานที่สำคัญของโครงการหลวง ได้แก่ ส่งเสริมการปลูกไม้ดอกและพืชผักเขตหนาว พัฒนาการเลี้ยงสัตว์และประมง และทำการตลาดอย่างครบวงจร การส่งเสริมการปลูกไม้ดอกและพืชผักเขตหนาวในโครงการหลวงแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันตามผลการวิจัยว่าพื้นที่บนดอยแห่งใดเหมาะสมกับการปลูกพืชผักผลไม้ชนิดใด งานการวิจัยประกอบด้วย สถานีวิจัยจำนวน 4 แห่ง และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอีก 38 แห่ง และเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ทรงให้ตั้งโครงการหลวงแห่งที่ 39 ขึ้นที่บ้านเลอตอ ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก พืชผักผลไม้ของโครงการหลวงมีหลากหลายมาก เช่น สตรอว์เบอร์รี พีช กีวีฟรุต เสาวรส กาแฟอาราบิก้า </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/800-gat1-2561-february/">ข้อสอบ GAT1 กุมภาพันธ์ 2561</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/800-gat1-2561-february/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2552</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/565-gat1-2552-march/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/565-gat1-2552-march/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Mar 2018 05:04:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=565</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; สัตว์อพยพเคลื่อนย้ายกลับถิ่นกำเนิดได้อย่างไร ธรรมชาติมีปรากฏการณ์ที่สร้างความพิศวงงงงวยให้แก่มนุษย์มากมายหลายประการ หนึ่งในนั้นที่ทำให้ศาสตราจารย์ชีววิทยา Kenneth Lohmann แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา รู้สึกทึ่งเป็นอย่างยิ่งก็คือเต่าทะเล ท่านกล่าวกับนักข่าว Voice of America ว่า “เมื่อลูกเต่าทะเลออกมาจากไข่ ก็คลานลงทะเล ท่องเที่ยวหากินไปในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลซึ่งมันไม่เคยรู้จักมาก่อน และพอถึงเวลาวางไข่ขยายพันธุ์ก็สามารถว่ายน้ำกลับมายังชายฝั่งทะเลถิ่นกำเนิดได้อย่างถูกต้อง มันทำได้อย่างไร? &#8230;มันมีเครื่องมือหรือญาณวิเศษอันใดช่วยนำทางมันกลับบ้าน” นอกจากเต่าทะเล ยังมีสัตว์ที่มีการเคลื่อนย้ายกลับถิ่นเดิมอยู่อีกหลายอย่าง เช่น ฝูงวัวในทวีปแอฟริกา ปลาแซลมอน และนกบางชนิด มีนกนางแอ่น นกเป็ดน้ำ นกพิราบสื่อสาร เป็นต้น สัตว์เหล่านี้จะมีการอพยพเคลื่อนย้ายจากถิ่นฐานเดิมไปยังแหล่งต่างๆที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์หรือสถานที่ที่มีภูมิอากาศเหมาะสมต่อการดำรงชีวิต และเมื่อถึงฤดูกาลที่เอื้ออำนวยหรือถึงระยะเวลาที่จะขยายพันธุ์ก็จะเดินทางกลับมายังถิ่นเดิม มันทำได้อย่างไร? ทำไมจึงไม่หลงทาง? นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า สัตว์เหล่านี้อาศัยเครื่องช่วยหลายอย่างแตกต่างกัน เช่น ใช้ตำแหน่งดวงอาทิตย์ ภูมิประเทศ กระแสน้ำอุ่นน้ำเย็นในมหาสมุทร เสียงคลื่นความถี่สูงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน ประสาทสัมผัสทางจมูก เช่น กลิ่นฝน ตลอดจนสนามแม่เหล็กโลก ทั้งนี้สัตว์บางชนิดอาจอาศัยเครื่องช่วยหลายๆอย่างประกอบกัน ในบรรดาสัตว์ที่มีการเคลื่อนย้ายกลับถิ่นเดิมนี้ ศาสตราจารย์ Lohmann สนใจเต่าทะเลและปลาแซลมอนเป็นพิเศษ เพราะในมหาสมุทรที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่คงยากที่จะหาสิ่งใดเป็นที่สังเกตสำหรับการเดินทางกลับบ้าน หลังจากได้ศึกษาเรื่องนี้อยู่นาน ก็ได้เสนอทฤษฎีเบื้องต้นโดยตั้งเป็นสมมุติฐานว่า เต่าทะเล ปลาแซลมอน นกนางแอ่น และนกเป็ดน้ำ ล้วนมีคุณสมบัติพิเศษอยู่สองประการ ประการแรกคือ มี particle ของสารแม่แหล็กในสมอง ซึ่งสามารถปรับตัวตามแนวเส้นแรงของสนามแม่เหล็กโลกได้คล้ายกับเข็มทิศ particle นี้จึงทำให้สามารถรับสัมผัสจากสนามแม่เหล็กโลกได้ และสามารถแยกความแตกต่างสนามแม่เหล็กโลกในแต่ละที่ได้ ส่วนคุณสมบัติอีกประการหนึ่งคือ มีกระบวนการเคมีพิเศษเกี่ยวกับการมองเห็น ช่วยให้มองเห็นสนามแม่เหล็กโลกหรือเห็นแสงที่มีลักษณะสีสันต่างกันตามอิทธิพลของสนามแม่เหล็กโลก กระบวนการเคมีพิเศษนี้จึงทำให้สามารถรับสัมผัสและแยกความแตกต่างสนามแม่เหล็กโลกในแต่ละที่ได้เช่นกัน เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกในบริเวณต่างๆ ของพื้นโลกมีความแตกต่างกัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสมองของสัตว์เหล่านี้สามารถบันทึกและจดจำลักษณะของสนามแม่เหล็กในถิ่นเดิมซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดของมันไว้ในสมองได้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเดินทางอพยพกลับถิ่นเดิม จึงใช้สนามแม่เหล็กโลกเป็นเข็มทิศ บอกทิศทางและตำแหน่งแห่งที่ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ศาสตราจารย์ Lohmann จึงตั้งทฤษฎีในเชิงสมมุติฐานว่า คุณสมบัติของปลาแซลมอน เต่าทะเล นกนางแอ่น และนกเป็ดน้ำทั้งสองประการดังกล่าวข้างต้น ทำให้สามารถรับสัมผัสและแยกความแตกต่างของสนามแม่เหล็กโลกในอาณาบริเวณต่างๆ ได้ และด้วยความสามารถทั้งสองประการนี่เองที่ทำให้สัตว์เหล่านี้สามารถเดินทางกลับมาถิ่นเดิมได้ถูกต้อง </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/565-gat1-2552-march/">ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2552</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/565-gat1-2552-march/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 กรกฎาคม 2552</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/560-gat1-2552-july/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/560-gat1-2552-july/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Mar 2018 15:24:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; ลุยฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก สศก.แนะทางสว่างแก้ปัญหาสินค้าเกษตร ในภาวะที่ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกแทบจะมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เศรษฐกิจของไทยก็ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกด้วย จนหน่วยงานต่างๆได้ออกมาปรับลดประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจของปีนี้ลงไปตามกัน ผลกระทบย่อมเกิดขึ้นตามมาเป็นระลอก และที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาอันเป็นระยะที่ย่างเข้าไตรมาสที่สองของปีนี้ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้สรุปสถานการณ์ภาคการเกษตรของไทยว่า ไตรมาสแรกของปี 2552 นี้ อัตราการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรลดลง 1.6 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2551 ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกก่อให้เกิดผลกระทบหลายอย่าง ที่สำคัญต่อภาคการเกษตรของไทยก็คือทำให้ทั่วโลกลดการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคลง รวมทั้งทำให้ภาพรวมของการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารลดลง นอกจากนี้วิกฤตเศรษฐกิจโลกยังทำให้เศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าและประเทศไทยชะลอตัวด้วย การชะลอตัวของเศรษฐกิจดังกล่าวก็ส่งผลโดยตรงอีกทางหนึ่งที่ทำให้ปัญหาการลดค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและปัญหาการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารลดลงมีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เกษตรกรไทยก็ต้องลำบากแน่นอน เมื่อการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคและการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารลดลง สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือผลกระทบต่อราคาพืชผลการเกษตรของไทย คือทำให้ราคาข้าวลดลง รวมทั้งราคายางพารา น้ำมันปาล์ม และผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง นอกจากนี้การที่ภาวะเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าและของไทยชะลอตัว ยังทำให้การลงทุนภาคการเกษตรลดลงด้วย จากการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในภาคสินค้าเกษตรในช่วงไตรมาสแรกนี้ พบว่าลดลงถึง 3.73% เลขาธิการ สศก.ยังได้วิเคราะห์แนวโน้มการส่งออกและราคาสินค้าในปีนี้ พร้อมกับแนะมาตรการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำด้วย ตัวอย่างเช่น มาตรการในการลดปัญหาข้าวและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังราคาตกต่ำ คือ ต้องเร่งส่งเสริมการส่งออกไปยังตลาดที่ยังมีศักยภาพ เช่น ตลาดแอฟริกายังคงมีความต้องการนำเข้าข้าวจำนวนมาก ส่วนมันสำปะหลังก็ควรขยายการส่งออกสู่อินเดีย นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย รัสเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นตลาดที่ยังมีศักยภาพ อีกมาตรการหนึ่งคือ ส่งเสริมการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพดี ไปยังประเทศที่ต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ เช่น ส่งเสริมตลาดข้าวคุณภาพดีในตะวันออกกลางและจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้าที่ยังมีกำลังซื้อ ส่วนผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังนอกจากขยายการส่งออกดังกล่าว ก็ต้องเน้นการทำให้มีคุณภาพที่ดี สะอาด และลดการปลอมปน รวมทั้งผลักดันการแปรรูปในประเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมด้วย ที่สำคัญคือการขยายการผลิตเอทานอลในประเทศ เพราะจะช่วยดึงผลผลิตเข้าสู่การแปรรูปได้มากขึ้น นอกจากมาตรการดังกล่าวข้างต้น ยังมีอีกมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาราคาข้าวและราคา มันสำปะหลังตกต่ำคือ การประกันราคาพืชผลการเกษตร แต่เนื่องจากประเทศไทยก็ประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก รายได้ภาครัฐก็ลดลงอย่างชัดเจน จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการและแนวทางแก้ไขปัญหาหลายๆ วิธีไปพร้อมกัน บทความที่ 2 &#8211; นกในอเมริกาหลายชนิดเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกันสำรวจและเสนอมาตรการในการอนุรักษ์และเพิ่มจำนวนนกหลายชนิดที่กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ และได้สรุปออกมาเป็นรายงานชื่อ The State of the Birds, United </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/560-gat1-2552-july/">ข้อสอบ GAT1 กรกฎาคม 2552</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/560-gat1-2552-july/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 ตุลาคม 2552</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/554-gat1-2552-october/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/554-gat1-2552-october/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 05 Mar 2018 12:34:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=554</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; ทางรอดชีวิตของเต่าทะเลสีเขียวในฮ่องกง เมื่อปี พ.ศ. 2547 สหภาพอนุรักษ์ธรรมชาติระหว่างประเทศจัดให้เต่าทะเลสีเขียวอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ องค์กรอนุรักษ์พันธ์สัตว์ Earthtrust ประเมินว่า ปัจจุบันทั่วโลกมีเต่าทะเลสีเขียวเพศเมียวัยผสมพันธุ์อยู่ไม่ถึง 2 แสนตัว เต่าทะเลสีเขียวได้ชื่อตามสีของตัวมันเอง เมื่อโตเต็มที่อาจมีน้ำหนักมากกว่า 150 กิโลกรัม มีแหล่งอาศัยในน่านน้ำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก แหล่งที่มีเต่าทะเลพันธุ์นี้อาศัยอยู่มากที่สุด ได้แก่ ประเทศคอสตาริกา และ แถบแนวปะการังยักษ์ Great Barrier Reef ในออสเตรเลีย สำหรับที่ฮ่องกงนั้นมีเต่าทะเลสีเขียวอาศัยอยู่ไม่มากนัก ขณะนี้สถานการณ์ของเต่าทะเลสีเขียวในน่านน้ำฮ่องกงตกอยู่ในภาวะเลวร้าย รัฐบาลฮ่องกงเองก็กำลังพยายามฟื้นฟูจำนวนประชากรเต่าทะเลสีเขียวให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง คุณ K.S.Cheung เจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าชายเลนและพันธุ์สัตว์ของกระทรวงการเกษตร การประมง และการอนุรักษ์ของฮ่องกงกล่าวว่า ขณะนี้ได้กำหนดมาตรการอนุรักษ์เต่าทะเลสีเขียวขึ้นมา คือการห้ามรุกล้ำพื้นที่วางไข่ของมันในช่วงฤดูวางไข่ ได้แก่ช่วงตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงตุลาคม โดยกำหนดพื้นที่หาด Sham wan บนเกาะแลมม่าเป็นเขตอนุรักษ์เพื่อให้เต่าทะเลสีเขียวขึ้นไปทำรังและวางไข่ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณเขตนั้นเป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ คุณ K.S.Cheung เล่าว่า ภัยคุกคามเต่าทะเลสีเขียวมีหลายอย่าง ทั้งมลพิษในทะเล การทำประมง การดำน้ำ และเรือเร็วซึ่งล้วนเป็นอันตรายต่อตัวเต่าในทะเล แต่ภัยคุกคามสำคัญที่สุดของเต่าพันธุ์นี้ก็คือการที่ชาวต่างชาตินิยมบริโภคเนื้อและไข่เต่าทะเลสีเขียวมากนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นไข่เต่าหรือตัวเต่าซึ่งเป็นอาหารอันโอชะและเป็นที่นิยมมากของชาวจีนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งชาวมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผลก็คือนอกจากทำให้จำนวนเต่าลดลง จำนวนไข่เต่าทะเลสีเขียวก็พลอยลดลงด้วย ส่วนการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งก็เป็นภัยคุกคามสำคัญเช่นกันทั้งต่อตัวเต่าและไข่ของมัน นอกจากนี้ ไม่เฉพาะภัยจากชาวต่างชาติเท่านั้น ยังมีภัยคุกคามจากชาวบ้านที่เป็นคนจนด้วย เพราะคนจนในฮ่องกงบริโภคเนื้อและไข่เต่าเป็นอาหารในยามขาดแคลน แม้จะต้องลักลอบเข้าไปในเขตหวงห้ามซึ่งเสี่ยงต่อการถูกจับกุมก็ตาม นอกจากเหตุดังกล่าวข้างต้น การรุกล้ำพื้นที่วางไข่เต่าทะเลสีเขียวก็เป็นเหตุสาคัญประการหนึ่งเพราะไม่เพียงเป็นเหตุให้สูญเสียไข่เต่าเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยต่อตัวเต่าเองด้วยเพราะมักถูกจับไปพร้อมกับไข่ของมัน ดังเช่นการทำประมงในเขตหวงห้าม นอกจากตัวเต่าจะติดอวนจับปลา ชาวประมงยังชอบลักลอบขึ้นฝั่งไปยังชายหาดที่วางไข่ เพื่อเอาไข่รวมทั้งตัวเต่าไปเป็นอาหาร จึงเป็นอีกเหตุหนึ่งที่ทำให้เต่าทะเลสีเขียวและไข่เต่ามีจำนวนลดลง ดังนั้นมาตรการอนุรักษ์ที่ห้ามรุกล้ำพื้นที่วางไข่ซึ่งครอบคลุมการห้ามทำประมงในเขตหวงห้าม จึงน่าจะช่วยลดปัญหาการสูญเสียไข่เต่าและตัวเต่าอย่างได้ผล มาตรการอนุรักษ์เต่าทะเลสีเขียวอีกอย่างหนึ่งที่น่าจะช่วยยับยั้งปัญหาการลดจำนวนเต่าและไข่เต่าได้ก็คือ การห้ามขายเนื้อและไข่เต่าทะเลสีเขียวรวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ผลิตจากมัน มาตรการนี้เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยการค้าสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งบรรดานักอนุรักษ์ในฮ่องกงต่างหวังว่าความพยายามนี้รวมทั้งมาตรการอื่นๆ จะช่วยชีวิตและช่วยเพิ่มจำนวนเต่าทะเลสีเขียวในฮ่องกงและทั่วโลกได้ บทความที่ 2 &#8211; ปัญหาวัยรุ่น ต้นเหตุ และทางแก้ เวลารับรู้ปัญหาของวัยรุ่น หลายคนมีความหงุดหงิด </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/554-gat1-2552-october/">ข้อสอบ GAT1 ตุลาคม 2552</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/554-gat1-2552-october/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2553</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/549-gat1-2553-march/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/549-gat1-2553-march/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Mar 2018 14:16:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=549</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; พระราชดำรัสในวันเสด็จออกมหาสมาคม ในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกมหาสมาคมเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552 อันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา คนไทยทุกคนล้วนมีความปิติยินดีเป็นที่สุดที่เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น ดิฉันเชื่อว่าประชาชนชาวไทยทุกคนล้วนมุ่งหวังให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงสบายพระราชหฤทัย และทรงมีความสุข จึงอยากให้พวกเราน้อมนำพระราชดำรัสในวันเสด็จออกมหาสมาคมมาพินิจพิจารณา และน้อมรับมาปฏิบัติอย่างจริงจัง หลังจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลถวายพระพรเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบดังนี้ “ขอขอบพระทัยและขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่งที่มีไมตรีจิต พรั่งพร้อมกันมาให้พรวันเกิดด้วยถ้อยคำที่เลือกสรรมาจากใจจริง ซึ่งปรารถนาดี มุ่งหมายให้ข้าพเจ้ามีความสุขความสวัสดีโดยประการต่างๆ ความสุขความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคง เป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงไปได้ก็ด้วยทุกคนทุกฝ่ายในชาติ มุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลังด้วยสติรู้ตัว ด้วยปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ซึ่งตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศ และชาวไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วตั้งจิตตั้งใจให้เที่ยงตรงหนักแน่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือชาติบ้านเมืองอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคงยั่งยืนไป ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านให้ปราศจากทุกข์ปราศจากภัย และอำนวยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลให้สำเร็จผลขึ้นแก่ท่านทั่วหน้ากัน” หากคนไทยน้อมนาพระราชดำรัสในวันเสด็จออกมหาสมาคมมาพิจารณาไตร่ตรองจะพบว่า พระราชดำรัสมีใจความสำคัญอยู่สองประการ ประการแรกคือ สิ่งที่จะทำให้พระองค์ทรงมีความสุขสวัสดีตามคำกราบบังคมทูลถวายพระพร ส่วนใจความสำคัญประการที่สองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับพวกเราทุกคนคือ สิ่งที่ทรงขอให้คนไทยทุกคนปฏิบัติ สำหรับสิ่งที่จะทำให้พระองค์ทรงมีความสุขได้แก่การที่บ้านเมืองมีความเจริญมั่นคง และบ้านเมืองเป็นปกติสุข ส่วนสิ่งที่ทรงขอให้คนไทยปฏิบัติก็คือ ทรงขอให้ตั้งใจให้เที่ยงตรงหนักแน่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ปฏิบัติหน้าที่ด้วยปัญญารู้คิด ด้วยความสุจริตจริงใจ และปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น หากประชาชนคนไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลัง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตจริงใจ ด้วยสติ ปัญญา โดยมุ่งประโยชน์ส่วนรวมดังกล่าวข้างต้น ย่อมยังผลให้บ้านเมืองเป็นปกติสุขและมีความเจริญมั่นคงอย่างแน่นอน ดิฉันเห็นว่า สิ่งที่จะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีความสุขทั้งสองประการดังกล่าวข้างต้นย่อมอำนวยความสุขให้แก่คนไทยอย่างทั่วหน้าเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ทรงขอให้พวกเราปฏิบัติอันเป็นสิ่งที่ทรงปฏิบัติมาแล้วอย่างต่อเนื่องยาวนาน จึงมิใช่การปฏิบัติเพื่อความสุขของพระองค์เท่านั้น แต่เพื่อความสุขของพสกนิกรของพระองค์นั่นเอง นี่คือพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่องพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน บทความที่ 2 &#8211; ปัญหานิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2552 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ระงับโครงการ 76 โครงการ มูลค่ากว่าสี่แสนล้านบาทที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด คดีนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และประชาชนชาวมาบตาพุดฟ้องหน่วยงานของรัฐและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรวม 8 รายว่าร่วมกันออกคำสั่งโดยไม่ถูกต้องตามมาตรา 67 </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/549-gat1-2553-march/">ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2553</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/549-gat1-2553-march/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 กรกฎาคม 2553</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/542-gat1-2553-july/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/542-gat1-2553-july/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 04 Mar 2018 04:18:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=542</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; เมษายน ปีเสือดุ เดือนเมษายนปีนี้กล่าวได้ว่าเป็นปีเสือดุ เพราะมีเรื่องราวร้อนแรงเกิดขึ้นมากมายทั้งในบ้านเราและบ้านเขา วันที่ 10 เมษายน เป็นวันที่คนไทยต้องบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากที่สี่แยกคอกวัวจากการขอคืนพื้นที่ถนนราชดำเนิน ส่วนการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ก็ก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย ทั้งทางด้านการค้าขาย การท่องเที่ยว และด้านอื่นๆ ขณะที่เขียนคอลัมน์นี้ก็ยังมองไม่ออกว่าปัญหาความขัดแย้งในบ้านเราจะจบลงอย่างไร จึงขอพาคุณผู้อ่านเปลี่ยนสมองจากความเครียดในบ้านเราไปมองดูปัญหาที่อื่นบ้าง เมื่อสองวันก่อนคือวันที่ 14 เมษายน ภูเขาไฟที่ไอซ์แลนด์เกิดระเบิดขึ้นมา ภูเขาไฟชื่อเรียกยาก (ชื่อว่า Eyjafjallajokull) ลูกนี้พ่นเถ้าถ่านจานวนมหาศาลออกมาและถูกกระแสลมพัดพาไปปกคลุมเกือบทั่วยุโรป ทั้งประเทศอังกฤษ โรมาเนีย ฮังการี สโลเวเนีย โครเอเชีย สวิตเซอร์แลนด์ ตลอดจนประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียและอิตาลีตอนเหนือ เถ้าถ่านจากภูเขาไฟลูกนี้มีลักษณะพิเศษ คือแทนที่เศษวัสดุที่พวยพุ่งออกมาจะเผาไหม้หมดจนเป็นผงขี้เถ้าดังเถ้าถ่านจากภูเขาไฟลูกอื่นๆ กลับมีลักษณะเป็นผงเศษแก้วและเศษโลหะ ซึ่งเป็นอันตรายมากต่อเครื่องยนต์และพื้นผิวด้านนอกของเครื่องบินรวมทั้งกลไกของระบบนำทาง ดังนั้นเถ้าถ่านจำนวนมหาศาลจากเจ้า Eyjafjallajokull จึงส่งผลกระทบมากมาย ที่สำคัญคือทำให้ต้องหยุดการบินในยุโรปเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังทำให้สุขภาพประชาชนแย่ลง เพราะสูดหายใจเอาผงเถ้าถ่านเข้าไป รวมทั้งทำให้พืชผลการเกษตรเสียหาย เพราะถูกเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่ว การที่การบินในยุโรปต้องหยุดไปอันเป็นผลมาจากเถ้าถ่านจำนวนมากเช่นนี้ ก่อให้เกิดผลเสียหายตามมาหลายประการ ที่เห็นผลทันตาก็คือการบินสูญเสียรายได้มหาศาลถึงวันละกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ประการต่อมาคือการท่องเที่ยว ผู้คนที่เดินทางไปท่องเที่ยวยุโรปตกค้างอยู่ที่สนามบินจำนวนมาก ผู้ที่วางแผนจะไปเที่ยวยุโรปก็ต้องเปลี่ยนแผน ชาวยุโรปที่ไปเที่ยวที่อื่นก็กลับบ้านไม่ได้ ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวเสียหายมาก และที่กระทบกระเทือนมากอีกประการหนึ่งคือทำให้การขนส่งสินค้าหยุดชะงัก ทั้งจากยุโรปไปที่อื่นและจากที่อื่นมายุโรป ความเสียหายทั้งสามประการดังกล่าวข้างต้น ทำให้เครดิตและค่าเงินยูโรลดลง และที่น่าเป็นห่วงคือทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มนี้ที่กำลังเริ่มดีขึ้นกลับลดลง จนเกรงกันว่าจะส่งผลกระทบไปถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกด้วย ความเสียหายจากภูเขาไฟระเบิดครั้งนี้ไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่หรือจะกลับรุนแรงยิ่งขึ้นเพราะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติที่มนุษย์ไม่อาจควบคุมได้ แต่ความเสียหายที่กำลังเกิดขึ้นที่บ้านเราเป็นเหตุการณ์ที่เกิดจากความขัดแย้งของมนุษย์โดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางความคิดหรือผลประโยชน์ใดๆก็ตาม ผู้ที่จะควบคุมและระงับเหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆได้ก็คือมนุษย์ ดังนั้นคนไทยทุกคนทุกหมู่เหล่าต้องพร้อมใจช่วยกันหาทางออกให้ได้ โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่เช่นนั้น “เราจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” บทความที่ 2 &#8211; คลายเครียดด้วยการสร้างความสุข ช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ดิฉันได้หยุดงานติดต่อกันสามวัน คือเสาร์ อาทิตย์ และจันทร์ซึ่งเป็นวันหยุดชดเชยวันแรงงาน ปกติหากหยุดติดต่อกันเช่นนี้ ดิฉันจะต้องชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่คราวนี้ไม่มีกระจิตกระใจที่จะไปไหนเพราะความทุกข์ใจกับเหตุการณ์บ้านเมืองตลอดเดือนเมษายนที่เพิ่งผ่านไป หยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านเจอคอลัมน์หนึ่งเขียนเรื่องวิธีคลายเครียด ทำให้นึกถึงหนังสือที่คุณลุงให้เมื่อวันไปรดน้ำขอพรวันสงกรานต์ เป็นหนังสือที่รวมบทความดีๆไว้ 4–5 เรื่อง หนึ่งในนั้นคือเรื่อง ความสุข ของพระธรรมปิฎก </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/542-gat1-2553-july/">ข้อสอบ GAT1 กรกฎาคม 2553</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/542-gat1-2553-july/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 ตุลาคม 2553</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/535-gat1-2553-october/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/535-gat1-2553-october/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Mar 2018 15:14:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=535</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; วัยรุ่นไทยทำลายสถิติเอเชีย เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2553 ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต่อที่ประชุมเวที “ศาลายาเสวนานโยบายสาธารณะ” ครั้งที่ 6 เรื่อง “แม่วัยใสเรื่องใหญ่ต้องร่วมใจหาทางออก” ว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่า ค่าเฉลี่ยของหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีทั่วโลกอยู่ที่ 65 ต่อ 1,000 คน ทวีปเอเชียอยู่ที่ 56 ต่อ 1,000 คน โดยประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดในทวีปเอเชียคือ 70 ต่อ 1,000 คน ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีมากมาย ข้อมูลจากแหล่งต่างๆพบว่าปัญหาและผลกระทบที่ตามมามีหลายอย่าง เช่น ต้องหยุดการเรียน ติดโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆรวมทั้งเชื้อไวรัสตับอักเสบบี หลายคนไปทำแท้งกับหมอเถื่อนจนเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตามมา เช่น ติดเชื้อโรคจนต้องตัดมดลูกทิ้ง ผู้ที่ตั้งครรภ์ต่อไปก็มักมีความผิดปกติได้แก่ ครรภ์เป็นพิษ (ความดันโลหิตสูง การทำงานของไตผิดปกติ และอาจมีอาการชักได้) คลอดก่อนกำหนด คลอดลำบากเพราะกระดูกเชิงกรานยังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์จนต้องผ่าท้องคลอด อัตราตายของเด็กที่คลอดสูง มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือมีปัญหารุนแรงถึงกับฆ่าตัวตาย จากข้อมูลข้างต้นคงเห็นได้ชัดเจนว่าต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน สิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจกับปัญหานี้ที่สำคัญคือ ปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น และแนวทางป้องกันปัญหา พบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีหลายประการ ที่สำคัญได้แก่ มีการศึกษาเล่าเรียนน้อยเนื่องจากครอบครัวยากจน ขาดความรู้เรื่องเพศศึกษาและเรื่องการคุมกำเนิด ค่านิยมทางเพศเปลี่ยนไป ถือว่าการได้มีเพศสัมพันธ์เร็วเป็นเรื่องทันสมัย ดื่มเหล้าหรือสารเสพติด ทำให้ขาดสติและความยั้งคิดหรือถูกล่อลวงชักจูงได้ง่าย ขาดการเอาใจใส่จากพ่อแม่ ไม่เห็นคุณค่าของตนเอง ต้องการความรัก ทำให้ตัดสินใจมีเพศสัมพันธ์ เป็นต้น ปัจจัยทั้ง 4-5 ประการนี้เองที่เป็นสาเหตุของปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เมื่อรู้สาเหตุ เราก็สามารถกำหนดแนวทางป้องกันปัญหาได้ด้วยวิธีการหลายๆอย่าง ที่สำคัญคือพ่อแม่ผู้ปกครองต้องเอาใจใส่ดูแล ให้ความรักความอบอุ่น วางตัวให้ลูกรู้สึกสนิทสนม สามารถปรึกษาหารือปัญหาต่างๆได้ นอกจากนี้ทางบ้านและทางโรงเรียนจะต้องช่วยกันอบรมสั่งสอน ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา ข้อควรระวังในการคบเพื่อนต่างเพศ ชี้ให้เห็นปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร แนะนำให้หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์และยาเสพติดต่างๆ เป็นต้น วิธีการต่างๆเหล่านี้จะช่วยป้องกันและลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นลงได้มาก แต่อย่างไรก็ตาม ผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดในการลดหรือเพิ่มปัญหาก็คือตัววัยรุ่นเอง ปัจจุบันวัยรุ่นไทยรับเอาวัฒนธรรม </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/535-gat1-2553-october/">ข้อสอบ GAT1 ตุลาคม 2553</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/535-gat1-2553-october/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2554</title>
		<link>https://nb.teamsit.com/497-gat1-2554-march/</link>
					<comments>https://nb.teamsit.com/497-gat1-2554-march/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Feb 2018 16:41:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[High school]]></category>
		<category><![CDATA[Exam]]></category>
		<category><![CDATA[GAT1]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://nb.teamsit.com/?p=497</guid>

					<description><![CDATA[<p>ข้อสอบ ความถนัดทั่วไป (GAT1) คะแนนเต็ม 150 คะแนน เวลาในการทำข้อสอบ 1 ชั่วโมง 30 นาที บทความที่ 1 &#8211; ปีกระต่ายเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวจริงหรือ ในช่วงปลายปีพ.ศ. 2553 คลื่นความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจหดตัวทั่วโลกเริ่มบรรเทาเบาบางลงจนนักธุรกิจหลายคน รวมทั้งนักเศรษฐศาสตร์บางคนตั้งความหวังว่า ปีหน้าฟ้าใหม่ซึ่งเป็นปีกระต่ายนําโชค การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะราบรื่น แต่บรรดานักเศรษฐศาสตร์อีกหลายคนกลับเห็นว่า เศรษฐกิจโลกจะยังคงเปราะบางและจะไม่ฟื้นตัวอย่างราบรื่นดังที่คาดการณ์ เพราะเกิดภาวะการฟื้นตัวที่ไม่เท่าเทียมกันของเศรษฐกิจในภูมิภาคต่างๆของโลก Hans Timmer นักเศรษฐศาสตร์ที่ธนาคารโลก กล่าวว่า สาเหตุที่ทําให้เกิดความไม่สมดุลของการฟื้นตัวดังกล่าว ก็คือสภาพการณ์ที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศในเอเชียเป็นไปอย่างเข้มแข็งในขณะที่เศรษฐกิจประเทศตะวันตกกลับมีปัญหา ในขณะนี้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศกําลังพัฒนาทั้งหลาย โดยเฉพาะเศรษฐกิจประเทศในเอเชียขยายตัวเข้มแข็งและคึกคักเป็นอย่างมาก เช่น เศรษฐกิจของจีน และเศรษฐกิจของอินเดีย รวมทั้งเศรษฐกิจประเทศในอาเซียนหลายประเทศ หากเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อนาคตเศรษฐกิจโลกก็คงจะสดใส แต่ในขณะที่หลายประเทศในเอเชียกําลังก้าวไปในทางบวก เศรษฐกิจประเทศตะวันตกกลับมีปัญหา ซึ่งเกิดจากภาวะว่างงานสูงในสหรัฐอเมริกา และวิกฤตการณ์ด้านหนี้สินในประเทศกรีซ รวมทั้งวิกฤตการณ์ด้านหนี้สินในประเทศไอร์แลนด์หลังจากไอร์แลนด์มีวิกฤตการณ์ด้านหนี้สิน จนกลายเป็นประเทศที่สองต่อจากกรีซในเขตใช้เงินยูโรที่ต้องขอรับความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ ในการกอบกู้ฐานะเศรษฐกิจประเทศอื่นๆในยุโรปที่มีหนี้สินล้นพ้นก็มีท่าทางว่าจะล่มเช่นกันอย่างโปรตุเกสและสเปน เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงติดต่อถึงกัน ทําให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เริ่มเห็นพ้องกันมากขึ้นจนเป็นข้อสรุปก่อนย่างเข้าปีกระต่ายว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะไม่ราบรื่นดังที่ตั้งความหวังไว้เพราะเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวหรือขยายตัวไม่เท่าเทียมกัน สำหรับประเทศไทย ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังดีขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมือง ก็คงได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีทีท่าว่าจะไม่ฟื้นตัวอย่างราบรื่น เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยขึ้นอยู่กับการส่งออกสินค้าในสัดส่วนค่อนข้างสูง ถ้าเศรษฐกิจโลกมีปัญหา เราก็ย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้นทั้งภาครัฐ เอกชน นักการเมือง และประชาชนทุกๆฝ่ายไม่ว่าจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ก็ต้องระวังอย่าให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายดังที่ผ่านมาอันเป็นปัจจัยภายในที่มีผลลบอย่างรุนแรงต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของบ้านเรา จะได้เตรียมพร้อมรับมือกับศึกภายนอกแต่เพียงด้านเดียว บทความที่ 2 &#8211; ใกล้สิ้นปีเสือ เสือใกล้จะสูญพันธุ์ ช่วงปลายปีเสือ ระหว่างวันที่ 21 – 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 มีการประชุมนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือ (International Tiger Conservation Forum) ที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ด้วยความเป็นห่วงว่าเสือใกล้จะสูญพันธุ์จนรุ่นลูกรุ่นหลานอาจไม่มีโอกาสเห็นเสือตัวจริง ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่ากล่าวว่าขณะนี้จำนวนเสือในโลกลดลงมากจนเหลือแค่ 3,200 ตัว เมื่อเทียบกับศตวรรษที่แล้วซึ่งมีอยู่ประมาณ 100,000 ตัว ที่ประชุมนานาชาติเพื่อการอนุรักษ์เสือดังกล่าว ประกอบด้วย ประเทศรัสเซีย จีน อินเดีย บังคลาเทศ ภูฐาน เนปาล และประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวม 13 ประเทศซึ่งรวมทั้งประเทศไทย </p>
<p>The post <a href="https://nb.teamsit.com/497-gat1-2554-march/">ข้อสอบ GAT1 มีนาคม 2554</a> appeared first on <a href="https://nb.teamsit.com">Team&#039;s Notebook</a>.</p>
]]></description>
		
					<wfw:commentRss>https://nb.teamsit.com/497-gat1-2554-march/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
